HomePrivacy Policy

Privacy Policy

บทนำ
นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งรายละเอียดและวิธีการคุ้มครองและจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า โดยบริษัทอาจดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ รวมถึงที่ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะเจาะจงอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของเว็บไซต์และบริการไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการให้บริการและหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น ลูกค้าจึงควรติดตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่กำหนดไว้นี้อยู่เสมอ อย่างไรก็ดี บริษัทจะเผยแพร่การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวในหน้าเว็บไซต์ และในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบ

วัตถุประสงค์
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
  1. เพื่อให้การใช้บริการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หลักเกณฑ์ และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องหรือใช้บังคับกับ บริษัท ทั้งที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบันและที่จะมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมในอนาคต และเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
  2. เพื่อประโยชน์ในการยืนยันหรือระบุตัวตนของลูกค้าเมื่อเข้าใช้งานบริการต่าง ๆ การทำสัญญา การปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา เพื่อให้มั่นใจว่าการให้บริการต่างๆ ดังกล่าว รวมถึงการสื่อสาร ทั้งหมดของบริษัทมีความปลอดภัยและเป็นความลับ
  3. เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้บริการของลูกค้า ตามมาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบในการใช้บริการ การจัดการและการคุ้มครองโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี สารสนเทศ ซึ่งบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เพียงเท่าที่จำเป็นและอาจดำเนินการให้มีการเข้ารหัส (Encrypt) ก่อนนำไปใช้ และ/หรือจัดให้มีการสุ่มตรวจ การทดสอบการเข้าใช้ งานโดยบุคคลภายนอกเพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยง ตรวจจับ ป้องกัน หรือขจัดการฉ้อโกง หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นการละเมิดกฎหมาย ระเบียบการใช้งานที่เกี่ยวข้อง หรือข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้งานเว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท และเพื่อการปรับปรุงพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยและความมั่นคงของระบบ
  4. เพื่อติดต่อลูกค้า ผ่านทางโทรศัพท์ ข้อความ (SMS) อีเมล (Email) หรือไปรษณีย์ หรือผ่านช่องทางอื่นใด เพื่อสอบถาม หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบ หรือเพื่อตรวจสอบและยืนยันข้อมูล เกี่ยวกับบัญชีของลูกค้า หรือสำรวจความคิดเห็น หรือแจ้งข้อมูลข่าวสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ ของบริษัทตามที่จำเป็นและเหมาะสม
  5. เพื่อประมวลผล หรือวิเคราะห์ประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น เพื่อประโยชน์ในการตั้งค่าและการจัดการบัญชี การส่งมอบการสื่อสารการตลาด และกิจกรรมการศึกษา จัดทำสถิติ วิจัยและพัฒนาการสำรวจ การจัดหาสินค้าและบริการ พัฒนาการให้บริการ จัดทำและนำส่งข้อมูลทางการตลาดหรือการโฆษณาภายในบริษัทในเครือ หรือเพื่อเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการจัดส่งเนื้อหา การโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมและโปรโมชั่นต่าง ๆ ตลอดจนการให้คำแนะนำต่าง ๆ ที่เหมาะสมเพื่อให้การให้บริการต่าง ๆ ให้ตรงกับความสนใจของลูกค้า การทำให้เป็นส่วนตัวของเนื้อหา ข้อมูลธุรกิจ หรือประสบการณ์ของผู้ใช้ ป้องกันการฉ้อโกง ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดการตรวจสอบภายใน
  6. เพื่อป้องกัน หรือระงับอันตรายต่อ ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของลูกค้า ซึ่งลูกค้าไม่สามารถให้ความยินยอมได้เองไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม รวมถึงกรณีที่เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติ หน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่บริษัท หรือลูกจ้าง หรือผู้แทนของบริษัท หรือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย

การเข้าถึงและการปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล
  • ในกรณีที่ลูกค้าไม่ประสงค์จะรับข้อมูลและข่าวสารประชาสัมพันธ์จากบริษัท โปรดแจ้งความประสงค์ได้ที่ TQR Contact Center: 02-150-8560 หรือ Email: DPO@tqr.co.th
  • ลูกค้าสามารถกรอกแบบฟอร์ม “การขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” และแจ้งมายังบริษัท เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตามที่ลูกค้าร้องขอ ผ่านช่องทางการติดต่อบริษัทที่ระบุไว้ในข้อ 12 ในกรณีดังต่อไปนี้
  • เมื่อลูกค้าเชื่อว่าบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและลูกค้าประสงค์จะเข้าถึงหรือรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ หรือขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะให้บริษัทระงับการเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นการชั่วคราว
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะให้บริษัทดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าออกจากระบบ หรือฐานข้อมูลลูกค้าของบริษัท
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะถอนความยินยอมที่เคยให้แก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะขอรับทราบความมีอยู่ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปใช้โดยบริษัท
  • เมื่อลูกค้าประสงค์จะขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับลูกค้าในกรณีที่เป็นข้อมูลซึ่งลูกค้าไม่ได้ให้ความยินยอมให้การเก็บรวบรวม
  • โดยบริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องของลูกค้าภายใน 30 วันนับแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอดังกล่าว
  • อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถปฏิเสธการใช้สิทธิของลูกค้าได้ภายใต้เงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ หากบริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของลูกค้าได้ บริษัทจะทำการบันทึก การปฏิเสธคำขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้
  • ในกรณีที่ลูกค้าไม่ยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภท หรือให้บริษัทดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าออกจากระบบของบริษัทหรือถอน ความยินยอมที่ลูกค้าเคยให้ไว้อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของลูกค้าหรือให้บริการลูกค้าได้ หรืออาจทำให้บริการที่ลูกค้าได้รับจากบริษัทถูกจำกัดหรือไม่มีประสิทธิภาพ เท่าที่ควร
  • บริษัทจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของลูกค้า เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าการดำเนินการตาม คำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบหรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตาม คำร้องขอเนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค
  • กรณีที่ลูกค้าเห็นว่าบริษัทเก็บรวมรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และลูกค้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิของลูกค้า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิในเรื่องดังต่อไปนี้
    • สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูล (Right to be Informed)
    • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent)
    • สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right of Access)
    • สิทธิในการแก้ไขข้อมูล (Right to Rectification)
    • สิทธิในการลบข้อมูล (Right to Erasure)
    • สิทธิในการระงับการประมวลข้อมูล (Right to Restrict Processing)
    • สิทธิในการขอโอนข้อมูล (Right to Data Portability)
    • สิทธิในการคัดค้าน (Right to Object)


มาตรการความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเคร่งครัด ดังนั้นบริษัทจึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมถึงมีระบบเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลที่ปลอดภัยและเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสูญหาย ถูกใช้ในทางที่ไม่ชอบ เข้าถึง เปลี่ยนแปลง หรือเปิดเผย โดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทจำกัดการเข้าถึง ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าสำหรับพนักงาน ตัวแทน ผู้รับจ้างและบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลซึ่งบุคคลเหล่านี้จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าภายใต้เงื่อนไข ที่บริษัทกำหนดเท่านั้น

อนึ่ง บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งแก่ลูกค้าผู้เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และในกรณีที่บริษัทจะว่าจ้างบริษัทบุคคลภายนอก ให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า บริษัทจะคัดเลือกบริษัทที่มีระบบการคุ้มครองข้อมูลที่ได้มาตรฐานและจัดทำข้อตกลงที่เกี่ยวกับการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไป ตามนโยบายเช่นเดียวกัน


การเฝ้าติดตาม ทบทวนและปรับปรุงนโยบาย
บริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทบทวนนโยบายฉบับนี้ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง คณะกรรมการของบริษัทจะนำนโยบายฉบับปรับปรุงมาใช้ตามความจำเป็นหรือตามความเหมาะสม


สถานที่ติดต่อและวิธีการติดต่อ
หากลูกค้ามีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว ลูกค้าสามารถติดต่อมายัง บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) ทางช่องทางดังต่อไปนี้
  • ส่งจดหมายมายังบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน)
  • ที่อยู่: 46/7 อาคารรุ่งโรจน์ธนกุล ชั้น 8 ถนนรัชดาภิเษก แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร 10310
  • หรือติดต่อ TQR Contract Center: 02-150-8560
  • Email: DPO@tqr.co.th

สามารถดูนโยบายความเป็นส่วนตัวได้ที่นี่